การดูงานออสเตรเลีย
ซ.ชวาลา
วันที่หนึ่ง เราเดินทางมาถึง บ่ายเกือบเย็น ขึ้นรบัสเดินทางต่อไปเบนดิโก้ อีกประมานชั่วโมงกว่า เป็นเมืองที่ตั้งขึ้นในยุคตื่นทองของออสเตรเลีย สภาพทั่วไปเป็นบ้านชั้นเดียวสวยๆ กระจายทั่วไป เหมือนไปตามชนบทแต่สวยงาม มีต้นกุหลาบและดอกกุหลาบบาน สวยงามหน้าบ้านเกือบทุกหลัง ไปถึงเข้าที่พักและรับประทานอาหารเย็น แล้วพักผ่อน รุ่งขึ้น ไปพบกับคณะกรรมการอำนวยการของ ฝ่ายการศึกษาสังฆมณฑลแซนเฮิรท์ คุยกันประมาน เกือบ สองชั่วโมง. ให้รายละเอียดในการทำงานของโรงเรียนสังฆมณฑล แล้วพาไปดูโรงเรียนแยกเป็นกลุ่มมัธยมและกลุ่มประถม
ในการนำเสนอช่วงเข้า ประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือการให้ชนพื้นเมืองเข้ามามีส่วนร่วม เรียกว่าทำทันที ให้ลูกหลานของชนพื้นเมือง ซึ่งเป็นรุ่นที่ห้า มาให้การต้อนรับโดยการเป็นตัวแทนมากล่าวต้อนรับ งานนี้มีกรรมการที่รับผิดชอบโดยตรง เป็นผู้ดำเนินการสนับสนุนให้เห็นอย่างชัดเจน เป็นการคืนดีกับชนพื้นเมืองและให้เกียรติ หลังจากที่พวกเขาเป็นผู้ถูกกระทำมาตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา อีกประเด็นที่สำคัญคือ pastoral wellbeing. การดูแลครูและนักเรียนให้มีสุขภาวะทั้งกายและจิต เป็นการเรียนรู้ทักษะชีวิต ที่มากไปกว่าการแนะแนวอาชีพ ซึ่งน่าจะศึกษาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปมากกว่านี้ เป็นการทำงานด้านจิตตาภิบาลที่รวมทั้งงานแนะแนว งานคำสอน งานประกาศพระวรสาร และงานบรรยากาศความยุติธรรมและความรัก ให้โรงเรียนมุ่งไปยังพระเยซูเจ้าและคำสอนของพระองค์อย่างแท้จริง มีตัวอย่างโปรแกรมหนึ่งคือ season for grow อีกโปรแกรมหนึ่ง kinship with the earth ที่เป็นการบูรณาการการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเน้น การตัดสินใจทางศีลธรรมและจริยธรรมเข้าไปในกระบวนการด้วยรวมถึง ความยุติธรรมทางสังคม ที่ทำให้การพัฒนาเกิดความยั่งยืนจริงๆ นอกนั้นประทับใจฆราวาสทุกท่าน เวลาแต่ละคนพูดนำเสนอ เห็นชัดเจนที่แต่ละคนมีใจร้อนรน ยกพระวาจา เช่น "เรามาเพื่อท่านจะมีชีวิต และจะมีอย่างสมบูรณ์" ยอห์น 10:10 และทุกคนก็เน้นในประเด็นเดียวกันอย่างชัดเจน หรือ "พระเจ้าเป็นความรัก" 1ยน.4:8 ทุกคนคิดว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพอย่างสูงสุด ไม่ได้ต้องการชิ้นงานธรรมดา แต่เป็นชิ้นงานที่ยอดเยี่ยม
หลังจากนั้นไปดูกลุ่มมัธยม โรงเรียนแรกเด็กกำลังพัก จึงไม่เห็นอะไรมาก แต่ละกลุ่มนั่งทานอาหาร คุยกัน ที่พื้นทั่วไป พอถึงเวลา เพลงขึ้นก็เดินเข้าห้องเรียนเป็นความรับผิดชอบและการมีวินัยของเด็กทุกคนที่เราสามารถมองเห็นได้
โรงเรียนที่สองเป็นโรงเรียนที่ดูแลโดยบราเดอร์มารีส เป็นโรงเรียนสร้างใหม่ เพิ่งตั้งได้ สองปี ทำตามแนวทางที่ตั้งเป้าหมาย เน้นการทำให้พระเยซูเจ้าเป็นที่รู้จักและรัก พระองค์ ในห้องแต่ละห้องมีแท่นพระ ตบแต่งง่ายๆ มีการเรียนคริสตศาสนาทุกห้องทุกชั้น เน้นพระเยซูเป็นศิลาและน้ำทรงชีวิต การจัดบรรยากาศ ให้นักเรียนเดินผ่านทุกเช้าเย็นมาถึงและกลับจากโรงเรียนต้องผ่านสะพาน ที่มีก้อนหินและน้ำ รำพึงไปด้วย ว่าพระเยซูเจ้าเป็นหนทาง ความจริงและชีวิต.
สภาพการเรียนเป็นการเรียนเป็นโครงงาน แบ่งเป็นสองโครงงานวิทย์ /ศิลป์ โดยทุกวันจะเรียนภาษา และคริสต์ศาสนา อย่างละหนึ่งคาบ นอกนั้นแบ่งกลุ่มไปเรียนตามโปรแกรมที่เลือก ในช่วงที่เราไปดูงานนี้ นักเรียนกำลังเตรียมตัวสอบ พบห้องเรียนหนึ่ง ครูกำลังให้นักเรียนเตรียมสอบการเขียน โดยให้ดูวีดีทัศน์ประมานยี่สิบนาที พร้อมกับหัวข้อที่จะต้องเขียนว่า มีรายละเอียดอะไรบ้างที่ต้องจับประเด็น ในลักษณะของการวิเคราะห์สื่อ สังเคราะห์ และต้องตัดสินใจว่า จะนำเสนออย่างไร แต่ละคนทำงานของตนเอง เขียนด้วยลายมือก็ได้ ใช้ macbook ก็ได้ ส่วนอีกห้องหนึ่ง เป็นการแข่งขัน การเขียนละคร โดยใช้ องค์1. ให้ภาพ แล้วเขียนตามจินตนาการ องค์2. กำหนดภาพและคำสำคัญ แล้วให้นักเรียนเขียนแข่งกันเป็นกลุ่ม นักเรียนตั้งใจเรียนกันทุกคน ในทุกห้องมีวัสดุอุปกรณ์ครบถ้วน โปรเจคเตอร์ คอมพิวเตอร์ส่วนตัว บอร์ดระดมความคิด ฯลฯ
หลังจากนั้น ไปเข้าที่พัก แล้วกลับไปที่สำนักงานของคณะกรรมการการศึกษา. จัดเลี้ยงแบบออสเตรเลีย เลี้ยงเนื้อแกะปิ้ง และไส้กรอกออสเตรเลีย. รวมทั้งอาหารจีนที่ทางทัวร์จัดเตรียมไว้ กินเลี้ยงไปคุยกันไป จริงแล้วมีข้อมูลที่สำคัญของสภาการศึกษาคาทอลิกสัง
มณฑลแซนเฮริส์ ที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน คือทำให้พระเยซูเจ้าเป็นที่รู้จัก และรักพระองค์ มีการทำงานตามนโยบายของสังฆมณฑล. โดยทำอย่างมืออาชีพ มีทั้งหมด 5 แนวทาง. 1. อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก 2. การเรียนการสอน 3. สุขภาวะของทุกคน 4. การบริหาร 5. สภาพแวดล้อม
วันที่ 2 ของการดูงาน ไปดูงานของสังฆมณฑลแซนเฮริส์. เราไปไม่ทันเวลานัด จึงต้องไปฟังการศึกษาของคณะบราเดอร์มาริส ที่มีการทำงานอย่างเป็นระบบ ใช้จิตตารมณ์ของคณะ อบรมฆราวาส คำสำคัญ คือ simplicity, humility and modesty. มีรายละเอียดในการอบรมครูอย่างเป็นระบบ หลังจากนั้น พาไปดูโรงเรียน 2 โรงเรียน โรงเรียนแรกคือ โรงเรียน sacred heart primary school. มีเด็กนานาชาติ มีภาษาแตกต่างกันกว่า 40 ภาษา แต่ในโรงเรียนเน้นภาษาอังกฤษ และภาษาที่สองที่เลือกเรียน ทุกคนเป็นคาทอลิก เป็นลูกของผู้อพยพ ก่อนที่จะเปิดโรงเรียนนี้ เจ้าอาวาสทำงานหนักมาก สอบถามสัตบุรุษ ทุกคนและวางแผนร่วมมือกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อประกาศพระเยซู ตัดสินใจเปิดโรงเรียนรับลูกของผู้อพยพ ที่เป็นคาทอลิก มีการเรียนเพื่อรับศีลศักดิ์สิทธิ์อย่างเข้มข้น เกรดสาม เรียนศีลอภัยบาป เกรดสี่เรียนศีลมหาสนิท เกรดหกเรียนศีลกำลัง สัตบุรุษ และผู้ปกครองทุกคนมีส่วนร่วม ในการเรียนการสอน ในวันเสาร์ผู้ปกครองและนักเรียนที่เตรียมรับศีลจะมารับการอบรมที่วัด และมีครูมาช่วยสอน ผลัดกันมาสอน ครูทุกคนมีหน้าที่ในการสอนและอบรม นักเรียนสวดภาวนา สามเวลาเข้าเรียน กลางวัน ก่อนกลับบ้าน ในโรงเรียนเน้นความเป็นชุมชน และอัตลักษณ์ความเป็นคาทอลิก ในการเรียนการสอนจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยในแต่ละห้องเรียน ครูจะเตรียมการสอนเป็นกลุ่มย่อยๆ แตกหัวข้อการเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่ละคนจะเวียนเข้ากลุ่มย่อยและจะมีกลุ่มหนึ่งที่จะเรียนกับครูประมาน 20-30 นาที แล้ววนไปจนครบหัวข้อย่อย ดังนั้นครูจะได้พบกับนักเรียนทุกคน รู้ความก้าวหน้าของแต่ละคน ให้คำแนะนำให้แก่แต่ละคนได้ นอกนั้นในโรงเรียนนี้ จะเน้นการสร้างความเป็นออสเตรเลียให้กับนักเรียนทุกคน โดยใช้เพลงภาวนาและกิจกรรมเป็นสื่อ ร้องวันละสามครั้งพร้อมการภาวนา
จากนั้นไป โรงเรียนมัธยมผสม เป็นการเรียนเพื่อเตรียมวิชาชีพ นักเรียนเรียนจากการปฏิบัติจริง มีห้องเรียนช่างไม้ ห้องเรียนออกแบบ ห้องเรียนอีเลคโทรนิค ห้องเรียนคหกรรม ซึ่งนำอาหารทำไปเป็นห้องอาหารสำหรับบุคคลภายนอก มีการเสริฟอาหารอย่างเป็นทางการ
โรงเรียนนี้ที่คุณพ่อเจ้าวัดผู้รับผิดชอบ ท่านมีใจร้อนรนในการประกาศพระวรสาร ตั้งใจเพิ่มจำนวนคาทอลิคในออสเตรเลีย ท่านรับผิดชอบ 8 โรงเรียน เป็นโรงเรียนประถม สามโรง มัธยม 4 โรง อีกโรงเรียนคือโรงเรียนนี้ เป็นลักษณะของโรงเรียนฝึกวิชาชีพ จบแล้วไปทำงานได้ ท่านพบครูใหญ่ทุกสัปดาห์ ประชุมติดตามนโยบายอย่างใกล้ชิด ถวายมิสซาสำหรับนักเรียน สามวันต่อสัปดาห์ ทุกวันเสาร์พบพ่อแม่นักเรียนที่เตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ เป็นมิชชันนารีชาวไอรีส ท่านเลี้ยงอาหารเที่ยงเราอย่างอิ่มหนำสำราญ มีขนมที่นักเรียนทำวางขายในร้านเล็กๆสำหรับทุกคน เสียดายที่เวลาน้อยไป เราต้องรีบไปสนามบิน หลังจากทานอาหารแล้ว ก็รีบเดินทางต่อไปยังสนามบินเพื่อไปซีดนีย์ เราไปถึงตอนเย็น ทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารไทย แล้วเข้าที่พัก
เช้าร่วมมิสซา ทานอาหารเช้าแล้ว ออกเดินทางไปที่สำนักงานฝ่ายการศึกษาของสังฆมณฑลซีดนีย์ เจ้าหน้าที่นำเราเข้าวัดที่นักบุญมารีแห่งกางเขน แมคคิลลอฟ นักบุญองค์แรกของออสเตรเลีย ท่านเป็นผู้มีอุปการะคุณต่อการศึกษาคาทอลิกของออสเตรเลีย ตั้งโรงเรียนสำหรับชาวออสเตรเลียเมื่อประมาน 125 ปีที่แล้ว เป็นการวางรากฐานการศึกษาคาทอลิกของออสเตรเลีย วัดที่เราเข้าไปภาวนา เป็นวัดที่ท่านมาสวดภาวนาเป็นประจำได้ขอพระพรสำหรับการศึกษาคาทอลิกในประเทศไทยด้วย
สิ่งที่เน้นของสังฆมณฑลซีดนีย์คือ นโยบายของพระคาร์ดินัลเกี่ยวกับการศึกษา 11 ข้อ ที่คณะกรรมการการศึกษานำมาแตกออกเป็นแนวทางในการทำงานด้านการศึกษา อย่างชัดเจนสำหรับทุกคนที่ทำงานด้านการศึกษา คำที่ใช้เรียกไม่ใช่เป็นอาจารย์หรือครู แต่เป็นคำว่า "นักการศึกษา" ไม่ใช่แค่ผู้บริหาร หรือครูใหญ่เท่านั้น นักการศึกษาคาทอลิกต้องทำงานอย่าง "มืออาชีพ" นอกนั้นการเตรียมครูใหม่ที่เข้ามาทำงานให้เข้าใจจิตตารมณ์ของการศึกษาคาทอลิก คือ มีการเข้าเงียบ 3 วัน ในปีแรก ให้มีประสบการณ์ฝ่ายจิต ในอีกสองปี มีการติดตามอย่างใกล้ชิด นอกนั้นในแต่ละโรงเรียนจะมีการติดตามและนิเทศอย่างชัดเจน ได้ไต่ถามผู้นำที่นำไปดูโรงเรียน คุณไมเคิล รับผิดชอบ 9 โรงเรียน แต่ละโรงเรียนจะไปเยียมเยียนให้คำแนะนำ ประมานโรงเรียนละ 10 ครั้ง ต่อปี เพื่อให้โรงเรียนมีการพัฒนา (school improvement) เช่นผลการสอบของนักเรียนออกมาก็จะไปร่วมกับกรรมการโรงเรียนว่าจะพัฒนานักเรียนให้มากกว่านั้นได้อย่างไร จะพัฒนาครูให้สอนให้ดีขึ้นได้อย่างไร ฯลฯ
โรงเรียนที่มีโอกาสไปดู คือ โรงเรียนดอนบอสโกวิทยาลัย ก่อนนี้มีคณะซาเลเซียนดูแลอยู่ แต่ตอนนี้เป็นฆราวาสที่ดูแล แต่ดำเนินตามจิตตารมณ์ของพ่อบอสโก ในการเยี่ยมห้องเรียน เห็นได้ชัดว่า นักเรียนมีความสุขมาก แต่ละกลุ่มมีนักบุญประจำกลุ่มของตนมีธงประจำ มีหัวหน้านักเรียน 12 คน ทุกคนมีงานทำ พอเปลี่ยนวิชาแต่ละคนเดินไปเรียนตามห้องเรียน แต่ที่สำคัญคือ การเน้นที่ชิ้นงาน สังเกตว่าจะทำอะไร ต้องมีการวางแผนไว้ก่อน เช่นงานปั้น นักเรียนต้องเขียนแบบปั้นว่าต้องการจะสื่อเรื่องอะไร จะปั้นแบบไหน ต้องเขียนภาพออกมาให้เห็น เด็กคนหนึ่งเขียนภาพ angry bird พร้อมชิ้นส่วนต่างๆ แล้วก็ปั้นรูป angry bird ตามที่วางแผนไว้ อีกห้องหนึ่ง เรียนการเขียนเรียงความ เด็กมีใบงานที่ ต้องเขียน ชื่อเรื่อง เป้าหมายที่ต้องการสื่อ ฉาก ตัวละคร แผนผังความคิด การดำเนินเรื่อง บทสรุป ผลดีผลเสีย หลังจากเขียนแนวทางแล้ว จึงจะนำ ข้อมูลทั้งหมดมาเขียนพรรณาตามที่วางแผนไว้ การเรียนการสอนเน้นการทำงานออกเป็นชิ้นงาน มีการเรียนคริสตศาสนา ทุกชั้นเรียน มีครูสอน 21 คน ในวันที่ไปเยี่ยมนี้ โปรแกรมการสอนและแผนการสอนสำหรับปีหน้าเสร็จแล้ว มีการประชุมกันสม่ำเสมอ พัฒนาและแบ่งปันแนวทางการสอนให้กันและกัน มีตารางเรียนชัดเจน มีผู้รับผิดชอบโดยตรง 2 คน ทุกวิชาเป็นเหมือนกันคือครูทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือและแบ่งปันซึ่งกันและกัน
โรงเรียนที่สองเป็นโรงเรียนใหม่ประมาน 25 ปี ชื่อโรงเรียน Aquinas catholic college โรงเรียนนี้เน้นความทันสมัย มีวัสดุอุปกรณ์ทันสมัย ผนังห้องเรียนเป็นกระจกฝ้าให้เขียนได้รอบห้อง มีบอร์ดแต่ยังไม่เห็นผลงานมากนัก นักเรียนดูธรรมดาๆ สนใจในการเรียน อาจเป็นเพราะเตรียมสอบก็เป็นได้ มีโรงละครที่สามารถนำเสนอผลงานด้านการละคร ห้องเรียนและอุปกรณ์ดนตรี ฯลฯ เรียกว่าสามารถปฏิบัติได้จริง ทั้งสองโรงเรียนที่เราไปดูเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนแรก 850 คน โรงเรียนที่สอง มากกว่านิดหน่อย
สองวันที่เหลือ ได้ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ขอบคุณพระเจ้า
สรุปสิ่งที่ได้รับจากการไปดูงานการศึกษา
- การมีเป้าหมายที่ชัดเจนของการศึกษาคาทอลิก ให้พระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลางของการศึกษา รู้จักและรักพระเยซู และปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ทั้งในตัวบุคลากรทุกคน นักเรียน ผู้ปกครอง พระสงฆ์ นักบวช
- การดำเนินการอย่างมืออาชีพ เปิดโอกาสให้นักการศึกษาคาทอลิกที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารและดำเนินการ โดยมีการเตรียมการอย่างเป็นระบบ รวมทั้งแนวทางในการประเมินผลงานในแต่ละระดับ และให้บุคคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในการประเมิน
- การทุ่มเทอุทิศตนของนักการศึกษาที่มาทำงานร่วมกันในแต่ละบทบาทหน้าที่อย่างเต็มเปี่ยม
- การเน้นที่การพัฒนานักเรียนอย่างแท้จริง โดยให้นักเรียนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง พัฒนาทักษะการคิดระดับสูงตั้งแต่เกรด หนึ่ง จนกระทั่งเกรด สิบสอง เน้นตั้งแต่การออกแบบ การคิด การเขียน การพูด การลงมือกระทำ มีการประเมินด้วยตนเอง ประเมินจากเพื่อน จากครู จากผู้ปกครอง เพื่อจะได้ชิ้นงานที่เป็นเลิศ เน้นการพัฒนาศักยภาพนักเรียนสู่จุดที่สูงสุด
- การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพในขั้นสูงสุด ให้ความช่วยเหลือและเครื่องมือต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างเต็มที่
- ความร่วมมือของ โรงเรียน วัดและบ้าน อย่างชัดเจน ในทุกกิจกรรม สร้างชุมชนการศึกษาที่มีพระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลาง
- สร้างชุมชนตั้งแต่การเรียนการสอนในห้องเรียน การทำงานเป็นทีมของครูอาจารย์ การทำงานเป็นทีมของคณะกรรมการโรงเรียน การทำงานเป็นทีมคณะกรรมการสังฆมณฑล ทำตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ไม่เป็นไฟไหม้ฟาง จนเกิดผลได้ในที่สุด
"จงตามเรามาเถิด เราจะให้ท่านเป็นชาวประมงจับมนุษย์"

ขอบคุณซิสเตอร์ชวาลาที่เขียนเป็นคนแรกครับ
ReplyDelete