ไมเคิ้ล ฮ็อปคินสัน
รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษาคาทอลิกแซนด์เฮิรสต์
ผู้อำนวยการฝ่ายอัตลักษณ์คาทอลิกและการพัฒนาโรงเรียน
http://www.ceosand.catholic.edu.au
พระคุณเจ้า คุณพ่อ บราเดอร์ ซิสเตอร์ ท่านผู้มีเกียรติ
นับเป็นเกียรติอย่างสูง ในฐานะนักการศึกษาคาทอลิก ที่ได้มีโอกาสมายืนอยู่ณ ที่นี้ เพื่อพูดกับท่านนักการศึกษาผู้ร่วมอุดมการณ์ การพูดครั้งนี้มุ่งที่จะนำเสนอว่า สังฆมณฑลแซนด์เฮริสต์ ออสเตรเลีย ได้นำเอกสารเตรียมสมัชชา ‘Educating Today & Tomorrow: A Renewing Passion’ มาปฏิบัติอย่างไร ในภารกิจประจำวันของนักการศึกษาคาทอลิก
การนำเสนอจะอรรถาธิบายเรื่องนี้ในมุมมองด้านอัตลักษณ์และพันธกิจคาทอลิก ตลอดจนการเรียนรู้ของนักเรียน อีกทั้งวิธีการที่เราพัฒนาและรักษาคุณภาพสูงของโรงเรียนคาทอลิกที่แท้จริง
ตลอดเกือบสองร้อยปีที่ผ่านมา การเดินทางของการศึกษาคาทอลิกในออสเตรเลียได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร ทั้งในด้านมุมมอง โครงสร้างและโฟกัสของการจัดการศึกษา เมื่อเราหันมองย้อนหลัง เรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาให้กับเยาวชนในประเทศของเรา
ครั้งเมื่อกัปตันเจมส์ คุก ก่อตั้งออสเตรเลียในปี 1770 ดินแดนนี้กว้างใหญ่ไพศาลและมีชนพื้นถิ่นตั้งรกรากอยู่ก่อนแล้ว การตั้งอาณานิคมเกิดขึ้นในปี 1788 คนที่มายึดครองส่วนใหญ่เป็นนักโทษจากอังกฤษ การตั้งรกรากของเสรีชนผิวขาวเกิดขึ้นในปี 1800 กว่า
การศึกษาพื้นฐานยังเป็นสิ่งที่ยากจะเข้าถึง โดยเฉพาะสำหรับเด็กหญิง โรงเรียนคาทอลิกอย่างน้อยสองแห่งได้ก่อเกิดขึ้นในต้นศตวรรษที่ 19 แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ในปี 1833 เริ่มมีโรงเรียน 10 แห่งทั่วประเทศ ช่วงเวลาตั้งแต่ต้นจนปี 1860 กว่า โรงเรียนคาทอลิกได้รับการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากรัฐ ในรูปแบบต่างๆ การรณรงค์เพื่อ ‘การศึกษาภาคบังคับแบบให้เปล่า’ ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐ
(หน้า 2)
ระหว่างปี 1872 ถึง 1893 ทุกรัฐในออสเตรเลียได้ออกกฎหมายยกเลิกการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน นี่เป็นจุดเปลี่ยนของโรงเรียนคาทอลิกและประชาคมคาทอลิกทั้งออสเตรเลีย สังฆราชและสัตรบุรุษพยายามรักษาโรงเรียนคาทอลิกเอาไว้ เมื่อขาดเงินที่จะจ่ายครู บรรดาพระสังฆราชได้เรี่ยไรเงินจากคณะนักบวชในอังกฤษและไอร์แลนด์ เพื่อจะได้รักษาการจัดการศึกษาเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างการให้การศึกษาด้านความเชื่อ
ช่วงเวลานี้ไม่มีการอุดหนุนใดๆ สำหรับโรงเรียนคาทอลิก แต่จากกลางถึงปลายศตวรรษที่ 19 โรงเรียนคาทอลิกยังคงเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาแบบความเชื่อคาทอลิก โรงเรียนเหล่านี้มีครูที่เป็นนักบวชทั้งหมด ซึ่งรวมถึงนักบุญมารีย์แห่งกางเขน แม็คคิลล็อบ นักบุญชาวออสเตรเลียองค์แรก ท่านเดินทางไปตามชนบทและที่ห่างไกลเพื่อรวบรวมสตรีให้มาร่วมในคณะนักบวชของเธอ ซึ่งปรารถนาที่จะซื่อสัตย์ต่อพระศาสนจักรและทุ่มเทให้กับการเปิดและสอนในโรงเรียนคาทอลิก เพื่อให้การศึกษาเด็กหญิงที่ยากจนและด้อยโอกาส
ในไม่ช้านักบวชชายหญิงได้เดินทางมาออสเตรเลียเพิ่มมากขึ้น ระบบโรงเรียนคาทอลิกเติบโตอย่างรวดเร็ว โรงเรียนคาทอลิกเจริญขึ้นอาศัยกระแสเรียกท้องถิ่น มีการตั้งคณะนักบวชใหม่ๆ ขึ้น อาทิ คณะภคิณีนักบุญโยเซฟ คณะภคิณีซามารีตันที่ดี ทั้งหมดนี้ร่วมกันประกอบพันธกิจการจัดการศึกษาคาทอลิกในออสเตรเลีย โดยมีฆราวาสร่วมงานเพียงเล็กน้อย
คณะนักบวชเหล่านี้ ร่วมกับฆราวาสส่วนหนึ่ง ได้ร่วมก่อร่างสร้างการจัดการเรียนรู้และวัฒนธรรมออสเตรเลียกว่า 150 ปีในอดีต ในฐานะที่เป็นประเทศ ออสเตรเลียได้รับอานิสงส์อันใหญ่หลวงจากอิทธิพลที่กว้างขวางของคริสตศาสนาซึ่งหลั่งไหลมาจากระบบโรงเรียนคาทอลิก พื้นฐานมั่นคงได้ถูกวางไว้แล้วโดยโรงเรียนคาทอลิก เพื่อจะเจริญต่อไปในออสเตรเลีย
การสู้เพื่อความยุติธรรมด้านการศึกษา
แม้จะมีความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนของผู้นำพระศาสนจักรและฆราวาส การขออุดหนุนการศึกษาคาทอลิกจากรัฐก็ยังคงล้มเหลวจนปลายศตวรรษที่ 19 ความรู้สึกต่อต้านที่ทวีขึ้นในหมู่คาทอลิกต่อการไม่อุดหนุนของรัฐทำให้ก่อเกิดสหพันธ์คาทอลิกขึ้นมาในปี 1911 เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง ขณะนั้นเอง
พรรคประชาธิปไตยก่อตัวขึ้นในรัฐนิวเซาธ์เวลส์เพื่อให้ได้ที่นั่งในสภา ความพยายามครั้งนั้นล้มเหลว สหพันธ์คาทอลิกสลายตัวไป ความพยายามที่จะขอยกเว้นทางภาษีในช่วงหลังของทศวรรษปี 1930 ก็ล้มเหลวเช่นกัน จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่สองการเปลี่ยนแปลงในท่าทีของสาธารณะชนเพื่อการก้าวหน้าจึงเกิดขึ้น
(หน้า 3)
ยุคหลังสงคราม
ประชาคมออสเตรเลียเริ่มอะลุ่มอล่วยต่อโรงเรียนคาทอลิกมากขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แม้เหตุแท้ๆ อาจไม่ชัดเจน แต่ผลของการสงครามที่ต้องรวมพลังกันและความก้าวหน้าทางความคิดของคนออสเตรเลียคงเป็นปัจจัยเสริมอย่างไม่มีข้อสงสัย
ระหว่างช่วงหลังของทศวรรษปี 1950 ถึงช่วงต้นของทศวรรษปี 1960 โรงเรียนคาทอลิกในออสเตรเลียขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผลมาจากการเพิ่มทารกแรกเกิดหลังสงคราม และการหลั่งไหลของผู้อพยพจากอิตาลี มัลตา เลบานอน เวียตนาม และซูดาน กระแสเรียกนักบวชตกตำ่ลง การอุดหนุนของรัฐยังไม่เห็นเค้าลาง ยกเวันความช่วยเหลืออย่างเป็นกระสาย เช่นในรูปแบบทุนการศึกษาของรัฐควีนส์แลนด์ ในห้วงเวลานี้นั่นเอง ที่การศึกษาคาทอลิกเริ่มมองหาภาวะผู้นำของฆราวาสเพื่อสานต่อและเติบโต
ในปี 1930 ได้เกิดจุดหักเหขึ้นในวงการการศึกษาคาทอลิก พระสังฆราชผู้ช่วยของสังฆณฑลแคนเบอร์ร่า-กอลเบิร์น ได้อนุมัติการปิดโรงเรียนคาทอลิก 6 โรงในเมืองกอลเบิร์น นิวเซาธ์เวลส์ โรงเรียนปิดตัว 6 สัปดาห์ก่อนปิดภาคเรียน และนักเรียน 2000 คนได้รับการแนะนำให้เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน ประเด็นความขัดแย้งคือ รัฐคงยืนยันคำสั่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้ปรับปรุงส่วนห้องสุขาของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง
เหตุการณ์นี้สร้างความโกลาหลและความโกรธเคืองในหมู่ผู้ปกครองซึ่งไม่มีที่ให้บุตรหลานเรียน เพราะว่ามีเพียงนักเรียน 640 คนเท่านั้นที่โรงเรียนของรัฐสามารถรับเข้าเรียนโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบของรัฐ เหตุการณ์นี้เป็นการแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการอุดหนุนของรัฐ ขณะเดียวกันโรงเรียนคาทอลิกย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมในการจัดสรรให้ผู้ปกครองได้เลือกรูปแบบและสถานที่การให้การศึกษาแก่บุตรหลานของตน สิทธิที่จะเลือกของผู้ปกครองยังคงเป็นปัจจัยวิกฤติในการจัดการศึกษาในปัจจุบัน
(หน้า 4)
ในทศวรรษต่อๆ มาการอุดหนุนของรัฐได้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ทำให้โรงเรียนสามารถเติบโตและขยายตัวอย่างที่นักบวชในสมัยแรกเริ่มไม่มีวันคาดคะเนได้ ความทุ่มเท ความอดทนของพวกเขาในภาวะที่ยากลำบากบ่งบอกถึงความใฝ่ใจรักของพวกเขาในการสอน และความใฝ่ใจรักสำหรับการศึกษาคาทอลิก โรงเรียนของเราต้องไม่ลืมสิ่งที่ผู้บุกเบิกเหล่านี้ได้ประสบ และได้ยืนหยัดต่อสู้ จนกระทั่งเราได้มาถึงจุดที่เรายืนอยู่เวลานี้
โรงเรียนคาทอลิกของเราทุกวันนี้ได้เจริญรุดหน้า เป็นศูนย์แห่งการประกาศพระวรสารและการเรียนรู้ ซึ่งจะนำเสนอเป็นลำดับต่อไป
หลังสังคายนาวาติกันที่สอง ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการการศึกษาคาทอลิก ฆราวาสเริ่มเข้ามาเป็นบุคลากรผู้สอนในโรงเรียนคาทอลิก นักบวชไม่เพียงแต่ถดถอยลงในงานสอนในโรงเรียนเท่านั้น แต่ถดถอยออกจากคณะด้วย นี่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับหลายคน และขาดการเตรียมตัวเผชิญกับสิ่งนี้ในระดับองค์กร
การสอนคำสอนขาดหายไป และไม่มีการทดแทนด้วยวิธีการใดๆ ที่มีนัยสำคัญ เหมือนตุ้มที่แกว่งไปด้านหนึ่ง รอเวลาที่จะแกว่งกลับมา ต้องอาศัยการขบคิดถกปัญหากันอย่างลึกซึ้ง กว่าที่เราจะฟื้นฟูตน และต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียวกว่าที่บรรดาพระสังฆราชออสเตรเลียจะสามารถนำพาการศึกษาคาทอลิกให้จัดการศึกษาด้วยหลักสูตรคาทอลิกคุณภาพที่เข้มข้นและมีพลัง ขณะที่พระศาสนจักรคาทอลิกได้เป็นและยังคงเป็นองค์กรเอกชนที่ใหญ่ที่สุดที่จัดการศึกษาในออสเตรเลีย จำเป็นต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและรอบคอบเพื่อเราจะเจริญก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ
ในฐานะที่เป็นระบบคาทอลิก เรามองดูและหาแนวปฏิบัติจากเอกสารของสมณกระทรวงว่าด้วยการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ของพระศาสนจักร เอกสารเหล่านี้ทำให้เราต้องหยุดและไตร่ตรองถึงพันธกิจที่แท้จริงของเรา และยืนยันให้เรามั่นใจว่าเราซื่อสัตย์ต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจของเราหรือไม่ เอกสารเหล่านี้เขียนในรูปแบบที่ฆราวาสสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ (หน้า 5) เอกสารเหล่านี้สร้างผลกระทบอย่างลึกซึ้งในตัวเรานักการศึกษา สำนึกในตัวเราเตือนใจเราเสมอมิให้ลืมเป้าหมายแก่นของเราในขณะที่เราพยายามเข้าใจว่าทำไมเรามีโรงเรียนคาทอลิก และเข้าใจถึงของประทานศักดิ์สิทธิ์ที่เรานักการศึกษาคาทอลิกได้รับมอบหมาย เพื่อที่จะประกอบพันธกิจของเราอย่างเต็มบริบูรณ์ เราต้องไม่ละสายตาจากจุดเรื่มต้นของเรา และมรดกที่บรรพชนมอบแก่เรา
ภาพของการศึกษาคาทอลิกในปี 2016
ในออสเตรเลีย เรามีคณะกรรมการการศึกษาคาทอลิกระดับชาติ ซึ่งมีภาระงานในการเจรจากับรัฐบาลในเรื่องการอุดหนุนและการตกลงนโยบาย เนื่องด้วยออสเตรเลียให้ความสำคัญต่อการศึกษาเป็นอย่างสูง บทบาทของการศึกษาคาทอลิกและการอุดหนุนจึงอยู่ในความสนใจของสาธารณชนโดยตลอด มีพรรคการเมืองบางพรรค เช่น เดอะกรีนส์ ที่มีนโยบายให้เลิกการอุดหนุนโรงเรียนคาทอลิกและการปิดโรงเรียนคาทอลิก โชคดีที่พรรคนี้เป็นพรรคเล็ก จึงยังไม่เป็นภัยคุกคามเราในขณะนี้ แต่ประเด็นนี้ก็ทำให้เราต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาคุณภาพสูงและอัตลักษณ์ของเรา เราจึงต้องเป็นประจักษ์พยานต่อความเชื่อคาทอลิกของเรา มิใช่เพียงแค่มุ่งเป็นโรงเรียนที่ดี ที่ถ่ายทอดคุณค่าที่ดี การศึกษาแบบนี้เข้าถึงได้แบบให้เปล่าในระบบโรงเรียนรัฐบาล
ตามข้อมูลปี 2014 ผู้ปกครองโรงเรียนคาทอลิกจ่าย 3,100 ล้านดอลล่าร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลาน เงินจำนวนมหาศาลนี้เรียกร้องให้เราจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิผล
มิเพียงแต่จำนวนโรงเรียนคาทอลิกทั่วประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่จำนวนนักเรียนในแต่ละโรงพร้อมๆ กับจำนวนบุคลากรก็ขยายตัวตามด้วย ใน 5 ปีข้างหน้า เรามีแผนที่จะเปิดโรงเรียนคาทอลิกใหม่ 70 โรง นี่จะเป็นการวางแผนการลงทุนครั้งสำคัญ ในขณะที่การขยายตัวเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องมั่นใจว่าสามารถทำให้บุคลากรที่ทำงานในโรงเรียนคาทอลิกของเราเข้าใจ ‘เรื่องราวคาทอลิก’ และมี ‘การรู้’ คาทอลิก Catholic Literacy (หน้า 6) ที่จะทำให้พวกเขาสามารถจับใจความของสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของเรา และวิธีที่เราได้รับแรงบันดาลในการทุ่มเทเต็มกำลังกับศักยภาพมนุษย์ อันได้รับแรงดลบันดาลจาก ‘เรื่องราวคาทอลิก’ ของเรา
เราตระหนักอยู่เสมอว่าการศึกษาคาทอลิกเป็นการศึกษาแบบองค์รวมและมีสมดุลย์ และยิ่งกว่าในยุคสมัยใด ในยุคปัจจุบันเราให้ประกันว่าเด็กๆ จะเรียนรู้และเจริญพัฒนาในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย เราแข็งขันในการแนะแนวทางให้นักเรียนของเรามีเข็มทิศศีลธรรมที่แกร่ง เพื่อช่วยให้พวกเขาทำการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ขณะเผชิญโลกซึ่งพยายามจะสั่นคลอนสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ว่าเป็นคุณค่าพระวรสารที่สร้างสมดุลย์ชีวิต ในโลกปี 2016 นี่เป็นการรบที่หนักหน่วง
ในชีวิตประจำวันเยาวชนต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลสิ่งแวดล้อมที่เป็นภัยคุกคาม นี่เป็นเหตุให้เราต้องขันแข็งในการสนับสนุนให้พวกเขาเดินทางชีวิตอย่างมีสมดุลย์ รู้จักตัดสินใจเลือกอย่างรอบคอบ ประพฤติตนอย่างถูกต้อง
ความแตกต่างหลากหลายของประชากรนักเรียนเป็นสิ่งที่เราปรารถนาและโอบรับด้วยความยินดี นี่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีคาทอลิกของเรา เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นยินดีที่จำนวนนักเรียนชาวพื้นถิ่นและชาวเกาะทอร์เรส สเตรท กำลังเพิ่มทวีขึ้น เมื่อก่อนมีอุปสรรคด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก
การทำความเข้าใจคำสอนคาทอลิกด้านสังคม และการผลักดันของมโนสำนึกทำให้เรามีมุมมองแบบองค์รวมมากขึ้นว่า เราเป็น ‘ใคร’ จึงมารับใช้ณ ที่นี้ และ ‘ทำไม’ เราจึงมารับใช้ณ ที่นี้ ดาเนียล โอเลอรี่ เตือนเราว่า ‘หน้าที่ของนักการศึกษา (หน้า 7) คือการนำนักเรียนทุกคนให้ค้นพบความรับผิดชอบที่มอบหมายจากพระเจ้า เพื่อตระหนักรู้พระองค์ในทุกๆ ที่.....เพราะแต่ละประสบการณ์ล้วนเป็นธรณีประตูสู่พระเจ้า’
โรงเรียนของเรามีนักเรียนและครอบครัวที่ไม่ใช่คาทอลิกทวีขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เรายินดีต้อนรับครอบครัวเหล่านี้ด้วยความเต็มใจ แต่ก็นับเป็นความท้าทายสำหรับเราที่ต้องรับประกันว่า เรามิอาจทำให้สิ่งที่เราเชื่อและยืนยันต้องเจือจางลง ในสถานการณ์เช่นนี้ เรายิ่งต้องประกาศอย่างชัดเจนมากขึ้นถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจของเราในฐานะที่เป็นโรงเรียนคาทอลิก และเราต้องการให้สิ่งเหล่านี้เป็นที่เข้าใจและเห็นคุณค่าในบริบทที่กว้างขึ้น เราจำต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาเช่นกันว่า การศึกษาถือเป็น ‘ความดีส่วนรวม’
โรงเรียนคาทอลิกในออสเตรเลียมิอาจคาดหวังได้อีกต่อไปว่า ครอบครัวจะนำเด็กๆ มาเข้าเรียน เพียงเพราะมันเป็นโรงเรียนคาทอลิก ในกลุ่มโรงเรียนที่ไม่ใช่ของรัฐ มีโรงเรียนนิกายอื่นที่จ้องอยากมีโอกาสจัดการศึกษาให้เยาวชนเช่นกัน ดังนั้นเราที่จัดการศึกษาคาทอลิกไม่เพียงแต่ต้องรู้ว่าเรายืนยันถึงสิ่งใด แต่ต้องสามารถแสดงออกอย่างชัดเจนด้วย
ในฐานะที่เป็นโรงเรียนที่ต้อนรับทุกคน ขณะนี้โรงเรียนของเราภาคภูมิใจที่มีนักเรียนพิการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน นักเรียนเหล่านี้มีสิทธิอันชอบธรรม ทั้งด้านกฎหมายและด้านศีลธรรม ที่จะสามารถเรียนร่วมในโรงเรียนกระแสหลัก ครูของเราได้รับการฝึกอบรมและมีเทคนิคเสริม เพื่อรับประกันว่าเด็กๆ เหล่านี้จะได้รับโอกาสทุกอย่างที่พวกเขาสมควรจะได้รับ โรงเรียนของเราต้อนรับทุกคน เปิดกว้างสำหรับผู้เรียนที่หลากหลายในศตวรรษปัจจุบัน ในออสเตรเลีย เราพบกรณีของการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของนักเรียนที่ปรากฎอาการมากน้อยของโรคออทิสติกหลายปีที่ผ่านมา จำนวนนักเรียนที่มาเข้าโรงเรียนของเราและมีอาการโรคนี้ได้ทวีขึ้นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน เราจำต้องสนับสนุนครูของเราให้สามารถช่วยเหลือนักเรียนเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่เรากำลังประสพในโรงเรียนมัธยมของเราคือ จำนวนนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพจิตก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก นี่คือสิ่งที่เรากำลังเผชิญและปรับตัวให้สามารถตอบสนองความต้องการของนักเรียนเหล่านี้ในลักษณะที่ให้ความเคารพและให้การต้อนรับ การที่จะซื่อสัตย์ต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจของเราได้ เราต้องหาวิธีที่จะช่วยเหลือนักเรียนและครอบครัวเหล่านี้
ทุกวันนี้ นักเรียนออสเตรเลีย 1 คนใน 5 คนได้รับการศึกษาในโรงเรียนคาทอลิก นับเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มีนัยสำคัญ เราจึงมีความรับผิดชอบในการหาครูคุณภาพที่เข้าใจบริบทคาทอลิก และสามารถเป็นบุคคลต้นแบบที่ให้คำปรึกษาที่ดีแก่เยาวชนของเรา
(หน้า 8)
หากปราศจากเงินอุดหนุน เราคงไม่สามารถประกอบกิจการที่เป็นระบบในโลกปัจจุบันได้ ยิ่งกว่านั้น รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายหัวประจำปีให้นักเรียนได้รับการศึกษา ขณะที่มีเงินอุดหนุนขั้นพื้นฐานจำนวนหนึ่งให้นักเรียนเป็นรายหัวไม่ว่าเขาจะเข้าเรียนที่ไหนก็ตาม แต่เงินอุดหนุนโรงเรียนคาทอลิกยังตำ่เมื่อเทียบเงินอุดหนุนทั้งหมด ผู้ปกครองจึงต้องช่วยสนับสนุนเพื่อเราจะจัดการศึกษาได้ ส่วนที่ขาดในระบบอุดหนุนนี้ผู้ปกครองจึงเสริมให้โดยจ่ายเป็นค่าเล่าเรียน เราจึงมีนโยบายให้เด็กในครอบครัวที่ไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ต้องมีที่เรียนในโรงเรียนคาทอลิก
(หน้า 9)
เรื่องราวของแซนด์เฮริสต์
ออสเตรเลียมีสังฆมณฑลทั้งสิ้น 22 แห่ง อยู่ในที่ตั้งแต่ที่เปลี่ยวไปจนถึงที่ประชากรหนาแน่น ดังเช่น ซิดนีย์และเมลเบริน แซนด์เฮริสต์เป็นหนึ่งใน 4 สังฆมณฑลของรัฐวิคตอเรีย ในสังฆมณฑลแซนด์เฮริสต์ ซึ่งตั้งขึ้นกลางศตวรรษที่ 19 โรงเรียนแรกตั้งเป็นของคณะนักบวช อาทิ คณะภคิณีแห่งนักบุญโยเซฟ คณะภคิณีแห่งการถวายองค์ในพระวิหาร คณะภคิณีเมตตาธรรม คณะคริสเตียนบราเดอร์ส์ คณะมารีสต์ เป็นต้น
(หน้า 10)
ปัจจุบันสังฆมณฑลของเรามี 57 โรงเรียน ประถมศึกษา 42 โรง มัธยมศึกษา 12 โรง 1 โรงเป็นประถมและมัธยม เรามีโรงเรียนทางเลือก 2 โรง คอยดูแลนักเรียนที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนระบบต่างๆ
โรงเรียนของเรามีขนาดตั้งแต่นักเรียน 18 คน ไปจนถึงเกือบ 2000 คน ที่วิทยาลัยคาทอลิกในเบนดิโก ทุกโรงเรียนมีบุคลากรผู้บริหารและผู้สอนที่เป็นฆราวาสทั้งหมด
ทำไมเป็นเช่นนี้?
ครอบครัวจำนวนหนึ่งต้องการการศึกษาคุณภาพให้บุตรหลาน ระบบทอลิกได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบที่ให้สิ่งนี้ โรงเรียนของเรามีภาพลักษณ์ที่ดี ตามที่เราเองได้ตั้งเป้าหมายไว้ เรามีผลสัมฤทธิ์ทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาครบทุกด้าน ทำให้นักเรียนเข้าสู่สังคมอย่างมั่นคงและมีส่วนร่วม
เช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ บางเวลาเราก็ถูกทดสอบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินอุดหนุนหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าเราตอบการทดสอบอย่างไร ในออสเตรเลียพระศาสนจักรต้องเผชิญกับการเป็นที่สะดุดเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ คณะกรรมการที่ตั้งโดยรัฐบาลได้พบเรื่องราวที่เป็นโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าของการล่วงละเมิดและการปกปิด มีโอกาสที่เรื่องนี้จะทำให้ภาพลักษณ์การศึกษาคาทอลิกต้องหม่นหมอง แต่ดูเหมือนว่าไม่เป็นเช่นนั้น ครอบครัวต่างๆ ไม่ได้เห็นว่า ‘บาป’ ในอดีตจะเชื่อมโยงมาถึงโรงเรียนในปัจจุบัน โรงเรียนของเรายังคงเต็มและมุ่งทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ บทบาทของครูในโรงเรียนของเราคือการมุ่งทำหน้าที่ในการเรียนการสอนอย่างดีที่สุดภายในบริบทของธรรมเนียมคาทอลิกของเรา
เป็นดังที่ ยอหน์ ฮาตติ จากมหาวิทยาลัยโอ็คแลนด์ได้เตือนเราไว้ว่า ‘อยู่ที่ครูที่จะเป็นผู้ทำให้เกิดความแตกต่าง’ ครูของเราต้องเป็นครูคุณภาพ ที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดของตนเอง ความท้าทายคือทำอย่างไร? เราต้องการคนที่รู้และเข้าใจบริบทของเราในฐานะนักการศึกษาคาทอลิก และรู้วิธีที่จะอบรมกล่อมเกลาเยาวชนของเราอย่างเหมาะสม นี่เป็นมิติที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคตของเรา
เราจะรักษาคุณภาพการสอนคาทอลิกได้อย่างไร และไม่ปล่อยให้วิธีการของเราย่อหย่อนลงไปได้อย่างไร? เราจะใช้อะไรเป็นมาตรวัดสำหรับเราเพื่อมิให้เราตกอยู่สถานการณ์เหมือนบางประเทศ เช่น เบลเยี่ยม หรือเนเธอร์แลนด์ ซึ่งโรงเรียนยังเรียกตนเองว่าคาทอลิก แต่ในโรงเรียนเหล่านี้เรามิอาจมองเห็นลักษณะในแบบเดียวกันกับที่เรารู้ว่าโรงเรียนคาทอลิกเป็น ระบบการศึกษาคาทอลิกที่นั่นเป็นไปในทางโลกจนกระทั่งถึงจุดที่ไม่สามารถสวดบทภาวนาในโรงเรียนได้ ไม่สามารถตั้งรูปเคารพทางศาสนาได้ นักบวชต้องรับเงินเดือนจากรัฐ เราจะต้องไม่สูญเสียอัตลักษณ์คาทอลิกของเรา ตราบใดที่เรายังเป็นบริกรของการศึกษา
สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ยากและเป็นเรื่องที่เราต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เราทำได้อย่างไรโดยมีบุคลากรในโรงเรียนเป็นฆราวาสทั้งหมด? บุคลากรฆราวาสในโรงเรียนของเราทุ่มเทอุทิศตนในการเป็นผู้นำในการเรียนรู้ โดยมั่นใจว่า (หน้า 11) จะส่งต่อสารของพระคริสต์ในฐานะประจักษ์พยานของพระองค์ พวกเขาเข้ารับการศึกษาเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศาสนศึกษา พวกเขาใส่ใจในพัฒนาจิตวิถีส่วนบุคคลในการฟื้นฟูจิตใจ พวกเขาศึกษาต่อในด้านวิชาความรู้ที่จะช่วยตนสามารถสอนศาสนศึกษาด้วยความเชื่อมั่นและอย่างถูกต้อง
ครูของเราจำเป็นต้องเข้าใจคำสั่งสอนของพระศาสนจักร ทั้งด้านคำสอนและข้อความเชื่อ พวกเขาจำเป็นต้องรู้เพื่อจะสามารถสอนหลักสูตรศาสนศึกษา สามารถอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังคำสั่งสอนเหล่านั้น แม้ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดของคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ครูจำเป็นต้องรู้แหล่งที่หาความรู้ เพื่อจะสามารถนำทางและหล่อเลี้ยงนักเรียนในการเรียนรู้และปฏิบัติความเชื่อ นี่ไม่ใช่เรื่องความรู้ แต่เป็นเรื่องประสบการณ์
ครูต้องช่วยนำทางและสนับสนุนนักเรียนให้รู้จักเผชิญสถานการณ์ที่ถูกประจญและท้าทายในชีวิตเยาวชน นี่เป็นภารกิจที่ยากลำบากสำหรับครู ดังที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงตรัสว่า ‘ผู้ให้การศึกษาแต่ละคนจำต้องเผชิญสถานการณ์ที่มาพร้อมการท้าทายใหม่ๆ ที่ยากต่อการทำความเข้าใจได้’ เราต้องรู้จักสมดุลย์ระหว่างการให้การศึกษาเชิงบูรณภาพที่นักเรียนต้องการ และขณะเดียวกันช่วยสนับสนุนพวกเขาให้มีเสรีภาพส่วนบุคคลในการเติบโตสู่วุฒิภาวะ
บทบาทและธรรมชาติของพระศาสนจักรคาทอลิกในออสเตรเลียทุกวันนี้:
เอกสาร ‘Educating Today & Tomorrow: A Renewing Passion’ บอกเราว่า แม้บริบททางวัฒนธรรมจะแตกต่างกัน แต่ลักษณะสำคัญบางประการจำเป็นต้องมีในโรงเรียนคาทอลิก อันได้แก่:
ความเคารพต่อศักดิ์ศรีและความเป็นเอกลักษณ์ของปัจเจกบุคคล
ความหลากหลายของโอกาสต่างๆ ที่เยาวชนจะเติบโตและพัฒนา
การให้ความสำคัญอย่างสมดุลย์ต่อมิติด้านสติปัญญา ความรู้สึก สังคม วิชาชีพ จริยะ และจิตวิญญาณ
การสนับสนุนให้นักเรียนแต่ละคนพัฒนาพรสวรรค์ในบรรยายกาศของความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
การส่งเสริมการศึกษาวิจัยซึ่งแสดงออกถึงความมุ่งมั่นแสวงหาความจริง
ความเคารพต่อความคิด ความเปิดกว้างต่อการเสวนา ความสามารถที่จะปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกันในจิตตารมณ์ของเสรีภาพและการใส่ใจ
ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ โบสถ์ทั่วประเทศของเราอยู่ในภาวะถดถอย บ่อยครั้งมีแต่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่ร่วมพิธีกรรมในโบสถ์เป็นประจำ ครอบครัวมาโบสถ์เพื่อศีลล้างบาป ศีลกำลัง และศีลสมรส ในหมู่ประชากรส่วนใหญ่ของผู้ที่มีชื่อเป็นคาทอลิก การร่วมพิธีในโบสถ์ไม่เป็นเรื่องปกติ การสำรวจสำมะโนครัวของรัฐบาลทุกๆ ห้าปีพบว่า จำนวนผู้ที่แสดงตนเป็นผู้นับถือศาสนาถดถอยอย่างรวดเร็ว รวมถึงผู้นับถือคาทอลิกด้วย จำนวนผู้แสดงตนว่าไม่นับถือศาสนาใดทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว
(หน้า 12)
แล้วทำไมจำนวนโรงเรียนคาทอลิกยังคงขยายตัวและผู้ปกครองยังมุ่งหาโรงเรียนครทอลิก?
ก่อนอีก โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนที่ดีโดยพื้นฐาน นักเรียนที่เข้ามาจะได้การศึกษาคุณภาพที่ช่วยให้พวกเขาเป็นพลเมืองที่ดี มุ่งสร้างสังคมด้วยหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ที่ดี
ทำไมครอบครัวที่ไม่ร่วมศาสนกิจในโบสถ์จึงยังนิยมโรงเรียนคาทอลิก? เหตุผลสำคัญคือ คุณค่าและสารแห่งพระวรสารที่ออกมาจากการเป็นประจักษ์พยานในโรงเรียนคาทอลิกเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองทุกคนต้องการให้บุตรหลานได้รับ เป็นสิทธิ์ของผู้ปกครองที่จะเลือกการศึกษา และผู้ปกครองก็เลือกการศึกษาคาทอลิก ลูกๆ ก็จะได้การศึกษาที่ตนเองเคยได้สัมผัส อีกทั้งไว้ใจว่าครูจะเป็นบุคคลต้นแบบของคุณค่าของพระคริสตเจ้าที่ตนรู้จักและยอมรับ
การที่โรงเรียนมีอัตลักษณ์คาทอลิกก็เท่ากับว่าโรงเรียนเป็นโรงเรียนที่ดี อัตลักษณ์คาทอลิกยังแสดงออกทางการกระทำและสัญลักษณ์ต่างๆ แบบเต็มภาคภูมิ โรงเรียนคาทอลิกต้องเป็นมากกว่าโรงเรียนที่ดี หรือมีคุณค่าที่ดี มีโรงเรียนเช่นนี้มากมาย แต่เราต้องหล่อเลี้ยงอัตลักษณ์คาทอลิกของเรา และให้ประกันว่า ทุกคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนโรงเรียนจะเข้าใจและยอมรับสิ่งที่เราพยายามอย่างยิ่งที่จะจัดสรรให้
ในสังคมที่เป็นไปในทางโลกมากขึ้นนี้ เราต้องปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง แต่เราต้องยืนหยัดในสิ่งที่พระเยซูทรงสอนเรา และทำให้คำสอนของพระองค์เป็นแนวปฏิบัติของทุกคน โรงเรียนอาจสูญเสียอัตลักษณ์คาทอลิกได้อย่างง่ายดาย เพราะหลายคนอาจถือว่าอัตลักษณ์คาทอลิกไม่สอดคล้องกับโลกการศึกษาปัจจุบัน
อัตลักษณ์คาทอลิก:
โรงเรียนของเราหลายแห่งกำลังพยายามกลับมายึดโยงกับอัตลักษณ์คาทอลิก ทางพรพิเศษของคณะนักบวชที่ได้ก่อตั้งโรงเรียน โรงเรียนเหล่านี้พยายามใช้ ‘เครื่องหมาย’ อัตลักษณ์คาทอลิกอย่างไม่ละอายใจ เพื่อเป็นเครื่องประกันว่าผู้ที่เข้ามาในโรงเรียนได้สัมผัสบรรยายกาศความเป็นคาทอลิกอย่างแท้จริง เครื่องหมายอัตลักษณ์คาทอลิกหมายถึงอะไร มันเป็นป้ายและสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันและนำทางไปสู่อนาคต เครื่องหมายอัตลักษณ์คาทอลิกเหล่านี้ไม่ใช่แค่รูปปั้นหรือพระธาตุของหรือผู้ตั้งคณะนักบุญ แต่เป็นป้ายและสัญลักษณ์ที่มีชีวิต เป็นเครื่องเตือนใจของสารแห่งพระวรสารที่ยังเจริญอยู่ในโลกปัจจุบัน
มันอาจจะเป็นในรูปของงานปั้น วงกต อุทยานภาวนา หรือป้ายพระวาจาติดผนัง ที่เป็นเครื่องเตือนใจให้ไตร่ตรองการเดินทางชีวิตไปด้วยกันของเรา
(หน้า 13)
https://www.youtube.com/watch?v=GSKbY3Mxzms
แม้ว่าเวลาได้เปลี่ยนไป คณะนักบวชอาจไม่ได้อยู่ในชุมชนผู้สอน ครูฆราวาสก็ได้โอบรับเกียรติยศของการเป็นบริกรแห่งพระวรสารเพื่อรับใช้เยาวชนที่อยู่ในความดูแลของตน ในฐานะผู้พิทักษ์ ครูเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่และความสูงส่งของภารกิจที่ตนได้รับเรียกให้ดำเนินการนี้
โรงเรียนคาทอลิกของเราต้องเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มีองค์พระจิตเจ้าสถิตอยู่ ความจริงนี้ควรประจักษ์แก่สายตาของผู้คนด้วยบรรยายกาศโรงเรียนที่อบอุ่น เปิดกว้าง ที่ๆ ทุกคนอยากเป็นส่วนๆ หนึ่ง บรรยายกาศเช่นนี้ควรซึมซาบด้วยคุณค่าพระวรสารที่มีชีวิตทั้งในวาจาและกิจการ
ครูทุกคนในโรงเรียนคาทอลิกออสเตรเลียทุกวันนี้ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการสอนในโรงเรียนคาทอลิก หรือมีใบรับรองเพื่อสอนศาสนศึกษาในโรงเรียนคาทอลิก ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการขาดการอบรมครูในด้านศาสนศึกษา แม้ว่ามหาวิทยาลัยคาทอลิกจะเปิดหลักสูตรศึกษาศาตร์ แต่ก็ไม่มีการกำหนดเป็นวิชาบังคับที่นักศึกษาต้องได้หน่วยกิจวิชาศาสนศึกษา
เพื่อได้รับการรับรองมาตรฐานครูต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มข้นในด้านจิตวิถีและเทววิทยา ครูจึงจะสามารถถ่ายทอดสิ่งที่สำคัญมากสำหรับตนนี้ไปยังนักเรียนได้อย่างแท้จริง หลักสูตรนี้เปิดดำเนินการอยู่ภายในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ นอกจากนี้ บุคลากรส่วนหนึ่งก็เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านศาสนศึกษาและเทววิทยาด้วย
สำนักการศึกษาคาทอลิกเองก็ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาเหล่านี้ และให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายหนึ่งในสามของค่าหน่วยกิจ ในสังฆมณฑลแซนด์เฮริสต์ เราปลาบปลื้มที่ครูเป็นจำนวนมากขวนขวายแสวงหาการรับรองมาตรฐาน ครูบางคนที่กำลังศึกษาปริญญาโทในมหาวิทยาลัยคาทอลิกออสเตรเลียก็ได้หน่วยกิจด้านศาสนศึกษาแล้ว ทำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานโดยอัตโนมัติ การริเริ่มของพระสังฆราชออสเตรเลียเรื่องการรับรองมาตรฐานนี้มีความสำคัญมากในการประกันคุณภาพของครูในด้านศาสนศึกษาได้เป็นอย่างดียิ่ง นอกจากนี้เรายังมีบุคคลกรสำนักการศึกษาคาทอลิกที่เปิดหลักสูตร Ministry of Catholic Schooling ที่ได้รับหน่วยกิตด้วย ซึ่งครูสามารถเข้าศึกษากับอาจารย์ในวันสุดสัปดาห์หลายสัปดาห์ หลังจากนั้นก็ส่งงานซึ่งจะแสดงถึงระดับความเข้าใจของตน ครูตื่นตัวเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมาก เป็นการประกันตนว่าแต่ละคนมีความรู้ความเข้าใจเพื่อพร้อมที่จะเป็นครูคุณภาพที่มีประสิทธิผลสูงในห้องเรียน ความริเริ่มดังกล่าวถือได้ว่ากลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประกันคุณภาพด้านเทววิทยาและศาสนจักรศึกษา ซึ่งจำเป็นสำหรับครูในโรงเรียนของเรา
(หน้า 15)
โรงเรียนคาทอลิกในออสเตรเลียวันนี้:
ดังนั้นแล้ว โรงเรียนของเราเจริญรุ่งเรืองโดยที่คงสัตย์ซื่อต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจอันเป็นปณิธานแน่วแน่ของเราได้อย่างไร? ตราบที่การยึดมั่นในแก่นความเชื่อคาทอลิกยังอยู่อันดับต้นๆ ในบรรดาความมุ่งมั่นกระทำให้สำเร็จทั้งหลายทั้งปวงของเรา ตราบนั้นเราจึงจะเป็นผู้ให้การศึกษาคาทอลิกที่แท้จริง หากสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นจริง ก็เท่ากับว่า เราได้ยุติภาวะของการเป็นองค์กรที่ส่งต่อสารแห่งพระวรสารอย่างถ่องแท้และหนักแน่นโดยทางการจัดการศึกษาคาทอลิก
เอกสารประกอบการประชุมสมัชชา “การฟื้นฟูความกระตือรือร้นทางการศึกษาคาทอลิกขึ้นใหม่” ก็ให้แนวทางที่สำคัญสำหรับงานของเรา ทั้งสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของงานธรรมฑูตและประกาศพระวรสารของการศึกษาคาทอลิก มิตินี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรานักการศึกษาคาทอลิก ทั้งในออสเตรเลียและทั่วโลก
ในปี 2007 บรรดาพระสังฆราชในรัฐนิวเซ้าธ์เวลส์ได้ร่วมกันออกจดหมายอภิบาล ‘โรงเรียนคาทอลิกณ.จุดทางแยก’
เอกสารชิ้นประวัติศาสตร์ฉบับนี้เรียกร้องทุกคนที่มีส่วนไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในการศึกษาคาทอลิกออสเตรเลียให้เสวนาหาคำตอบว่าอะไรทำให้โรงเรียนของเราเป็นคาทอลิกอย่างถ่องแท้? เรารู้ได้อย่างไรว่าเรามีการศึกษาคาทอลิกคุณภาพที่เป็นศูนย์การประกาศพระวรสารใหม่อย่างแท้จริง? หลักสูตรของเรา (หน้า 16) เข้มข้นในการถ่ายทอดคำสั่งสอนของพระศาสนจักรได้เป็นอย่างดีหรือไม่ และทำให้เกิดความเข้าใจมุมมองต่างๆ ด้านหลักความเชื่อของเราหรือไม่? เหล่านี้คือองค์ประกอบของหลักสูตรคาทอลิกคุณภาพ
จดหมายอภิบาลฉบับนี้กล่าวว่า: ‘ระบบโรงเรียนคาทอลิกคือ “เพชรยอดมงกุฎ” ของชุมชนคาทอลิกในเขตของเรา มันได้จัดสรรการศึกษาคุณภาพสูงให้กับเยาวชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ถือได้ว่ามันเป็นอ้อมแขนของพระศาสนจักรที่โอบกอดเยาวชนเอาไว้ โดยอาศัยโรงเรียนของเราหลายต่อหลายชีวิตได้รับผลกระทบเชิงบวก เราผู้อภิบาลของสังฆมณฑลเขตนิวเซ้าธ์เวลส์ปรารถนาจะแสดงความชื่นชมต่อทุกคนที่ได้ร่วมสร้างและร่วมรับใช้ระบบโรงเรียนของเรา ไม่ว่าจะเป็นนักบวชหรือฆราวาส ผู้ปกครองหรือชุมชนวัด พวกท่านคู่ควรแก่การรับคำขอบคุณจากพระศาสนจักร
ขณะเดียวกันเราก็ตระหนักถึงการช่วยเหลือสนับสนุนของรัฐบาลหลายรัฐบาลรวมทั้งประชาคมต่างๆ เราได้รับแรงบันดาลใจจากความมั่นอกมั่นใจที่พวกเขามอบให้โรงเรียนคาทอลิก ความไว้วางใจของพวกเขามีนำ้หนัก: โรงเรียนคาทอลิกได้มีส่วนในการเสริมสร้างสังคมด้วยการให้การศึกษาแก่ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของเยาวชนของสังคม ทำให้เกิดตัวเลือกหลายหลายในด้านการศึกษา บทบาทและความรับผิดชอบของโรงเรียนคาทอลิกได้ปรับเปลี่ยนไปตามกาลสมัย โรงเรียนส่วนใหญ่ตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อช่วยเหลือครอบครัวยากจนในการจัดการศึกษาให้ลูกๆ และส่งต่อความเชื่อและวิถีชีวิตคาทอลิก บางครั้งแม้แต่ในบริบทสังคมที่เป็นอริ ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 การปฏิบัติศาสนกิจยังอยู่ในระดับสูง วัฒนธรรมแวดล้อมยังเป็นวิถีคริสต์โดยกว้าง ดังนั้นการถ่ายทอดความเชื่อเกิดขึ้นในสังคมภายนอกโรงเรียน ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 เราพบว่าการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ส่งผลให้คนจนไม่ได้เป็นประชากรนักเรียนส่วนใหญ่อีกต่อไป ตัวเร่งอีกตัวหนึ่งคือการทวีขึ้นของผู้โยกย้ายถิ่นฐานและผู้อพยพ
ในขณะที่ผู้บริหารโรงเรียนของเราพยายามที่จะไม่ให้มีนักเรียนคาทอลิกคนใดถูกปฏิเสธจากโรงเรียนด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียน เราพบว่าความกดดันทางเศรษฐกิจและปัจจัยอื่นๆ ยังคงส่งผลให้ผู้ปกครองเลือกที่จะส่งลูกๆ ไปเรียนในโรงเรียนอื่น เยาวชนหลายคนแปลกแยกจากพระศาสนจักร นอกจากนี้แล้ว ยังปรากฎว่าครอบครัวที่ไม่ใช่คาทอลิกหลายครอบครัวกลับนิยมส่งลูกๆ มาเข้าโรงเรียนคาทอลิก ดังนั้น ขณะที่โรงเรียนของเรามีหน้าที่รับผิดชอบด้านศาสนศึกษาและการเรียนการสอนอื่นๆ เหมือนเดิม ทว่าเวลานี้โรงเรียนต้องพบกับนักเรียนที่ผสมผสานหลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแต่มีการช่วยสนับสนุนน้อยลงจากภายนอกโรงเรียนในด้านพันธกิจทางศาสนาโดยเฉพาะ วัฒนธรรมแวดล้อมที่ทรงอิทธิพล อาทิ สื่อ เทคโนโลยีใหม่ ก็ช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องนี้น้อยลงเช่นกัน นับว่าโชคดีที่ผู้นำและบุคลากรโรงเรียนมีความเป็นมืออาชีพและผู้อภิบาลสูง พร้องทั้งมีทรัพยากรดีกว่าแต่ก่อน อย่างไรก็ตาม บุคลากรที่มีประสบการณ์สูง – ซึ่งหลายคนเป็นอดีตสมาชิกของหรือได้รับการอบรมจากคณะนักบวช – กำลังจะเกษียณจึงต้องมีคนมาแทน ขณะที่เราภูมิใจในความสำเร็จทางการศึกษา เราต้องไม่ลืมตัว ขณะที่ทรัพยากร น้ำใจดีและประสบการณ์ในโรงเรียนของเราให้โอกาสที่ดีมากๆ แต่การท้าทายของวันนี้ก็มหึมาเช่นกัน ไม่ใช่ทุกคนในจำนวนนักเรียนของเราได้รับการหล่อหลอมด้านคำสอนและด้านอภิบาลเหมือนแต่ก่อน โรงเรียนของเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและวัดอย่างที่อยากให้เป็น ผลที่ตามมาคือ ศักยภาพการศึกษาคาทอลิกไม่ได้บรรลุผลอย่างเต็มที่ เพื่อให้โอกาสที่ดีเหล่านี้บรรลุผล เป็นเรื่องสำคัญที่ชุมชนคาทอลิกทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในการศึกษา (หน้า 17) จะต้องพิจารณาไตร่ตรองอย่างดีถึงสถานะการณ์ เป้าหมาย และเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย’
บรรดาพระสังฆราชอธิบายต่อไปถึงอัตลักษณ์คาทอลิกในโรงเรียน:
‘เอกสารพระศาสนจักรได้กล่าวถึงอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิกหลายที่ด้วยกัน ซึ่งเราไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่จะสรุปง่ายๆ ว่า: โรงเรียนคาทอลิกเป็นอ้อมแขนการศึกษาที่สำคัญของครอบครัว วัดและพระศาสนจักรคาทอลิกสำหรับคนวัยต่ำกว่าสิบแปด โรงเรียนมีเพื่อช่วยผู้ปกครองและวัดในพันธกิจการศึกษา การประกาศพระวรสารและคำสอน อีกทั้งช่วยชุมชนในการบริการการศึกษาและบริการสาธารณะ ด้วยเหตุนี้พระศาสนจักรจึงทุ่มเทในการให้ประกันว่าจะมีจำนวนนัยสำคัญของนักเรียนคาทอลิกในโรงเรียนของเรา แม้ว่าเรายินดีต้อนรับนักเรียนที่มีภูมิหลังศาสนาอื่นๆ เราเชื้อเชิญผู้นำโรงเรียนให้พิจารณาไตร่ตรองถึงวิธีที่จะรับเข้านักเรียนคาทอลิกจำนวนมากที่สุดที่ทำได้ รวมทั้งเด็กที่มาจากกลุ่มชั้นเศรษฐกิจ-สังคม ชนพื้นเมืองและกลุ่มความต้องการพิเศษที่ยังมีจำนวนน้อยในโรงเรียนของเราขณะนี้ โรงเรียนของวัดควรแสวงหาและให้อันดับต้นแก่เด็กในเขตวัดของตน ตลอดจนเขตอื่นโดยรอบ ต่อจากนั้นก็เป็นเด็กคริสต์อื่นๆ และเด็กที่มีภูมิหลังศาสนาอื่น โรงเรียนมัธยมสังฒมณฑลและโรงเรียนคณะนักบวชควรปฏิบัติเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี สำหรับโรงเรียนคาทอลิกแท้ นอกจากการรับนักเรียนจากครอบครัวคาอลิกแล้ว สิ่งสำคัญคือ:
โรงเรียนยึดโยงกับวัดและสังฆมณฑลโดยการเชิญพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวชและผู้ปกครองมาที่โรงเรียนเป็นระยะๆ และโดยการร่วมงานกับชุมชนคาทอลิก
ครอบครัวและวัดสนับสนุนโรงเรียนในพันธกิจที่สำคัญนี้
ผู้นำและบุคลากรเข้าใจและทุ่มเทในการส่งเสริมอัตลักษณ์คาทอลิกของโรงเรียน
หลักสูตรศาสนศึกษา (คริสตศาสนา, คำสอน) มีความถูกต้อง น่าเรียน และสอนโดยครูที่มีมาตรฐานคุณสมบัติผู้สอนศาสนศึกษา (RE qualifications)
หลักสูตรอื่นๆ มีมิติคาทอลิกปรากฎอยู่ในทุกๆ วิชา
โรงเรียนเป็นชุมชนศีลมหาสนิทในบริบทของวัด และหากเป็นไปได้ นักเรียนร่วมมิสซาและรับศีลแห่งการคืนดีเป็นประจำ
โรงเรียนยังคงเป็นที่แห่งการภาวนา ซึ่งครอบคลุมถึงภาวนาในวัดและที่ประชุม ภาวนาในชั้นเรียน ภาวนาในการประชุมบุคลากรและประชุมนักเรียน การไตร่ตรองพระวาจา ภาวนาบท ‘พรหมถือสาร’ การนมัสการศีลมหาสนิท การเงียบสำรวมภาวนา’
ในออสเตรเลีย มีนักเรียนจำนวนมากในโรงเรียนของเรามาจากภูมิหลังความเชื่อที่ไม่ใช่คาทอลิก นักเรียนเหล่านี้ควรเห็นบรรยายกาศแห่งการต้อนรับ ควรมีการบอกกล่าวอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกรับเข้า (หน้า 18) ถึงความคาดหวังที่นักเรียนทุกคนจะร่วมด้วยความเคารพในชั้นเรียนวิชาศาสนา ชีวิตภาวนา มิสซาและพิธีกรรมอื่นๆ
ครูหลายคนในตัวอย่างชีวิตศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน จนมีกรณีที่นักเรียนหลายคนที่ไม่ใช่คาทอลิกได้ขออนุญาตผู้ปกครองเพื่อเข้าเป็นคาทอลิก ในการนี้ พลังที่แท้จริงแห่งการประกาศพระวรสารของโรงเรียนคาทอลิกได้เกิดวิสุทธิผล
ในหลายสังฆมณฑลของออสเตรเลียบรรดาพระสังฆราชจัดให้มีการกำหนดวิธีวิทยาที่ใช้ ‘วัด’ ความเป็นคาทอลิกของโรงเรียน ในบางที่อาจมารูปแบบการทดสอบหรือการสอบที่ให้นักเรียนตอบความรู้ความเข้าใจหลักสูตรศาสนศึกษาในแง่มุมต่างๆ ที่ตนเรียนมา
ในสังฆมณฑลแซนด์เฮิรสต์และสังฆมณฑลอื่นๆ ทั้งหมดของรัฐวิคตอเรียใช้เครื่องมือเรียกว่า ‘โครงการส่งเสริมอัตลักษณ์โรงเรียนคาทอลิก’ Enhancing Catholic School Identity Project (ECSIP) http://www.schoolidentity.net/introduction/ นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่เราดำเนินโครงระยะยาวนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยคาทอลิก เลอแวงน์ The Catholic University of Leuven ในเบลเยี่ยม โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อยุคสมัยที่เกิดการผลักดันให้โลกเข้าสู่ภาวะที่เป็นโลกียนิยม (secularism) ยิ่งทียิ่งมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภาวะนี้ได้ก่อให้เกิดอัตราเร่งของโลกาภิวัฒน์ที่มุ่งสู่ปัจเจกนิยมมากกว่าการบูรณการในหมู่ประชากรโลก
มาตรวัดอัตลักษณ์โรงเรียน
อัตลักษณ์โรงเรียนสามารถวัดได้ในสองระดับ:
1. ระดับตามความเป็นจริง: วิธีปฏิบัติปัจจุบันในโรงเรียน วิธีที่บุคลากรโรงเรียนรับรู้และแปลความความเป็นจริงในโรงเรียนตามที่ปรากฎ การรับรู้เชิงอัตนัยของผู้ตอบเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติปัจจุบันในโรงเรียนวัดได้ด้วยคำถาม อาทิ
“โรงเรียนของฉันเป็นโรงเรียนคาทอลิก”
“ทุกคนในโรงเรียนของฉันเชื่อในพระเจ้า”
“ในโรงเรียนของฉัน ความเชื่อทางศาสนาเป็นเรื่องส่วนตัว”
2. ระดับเกณฑ์ปกติ: โรงเรียนอุดมการณ์ของฉัน มุมมองอุดมการณ์ส่วนบุคคลของสมาชิกโรงเรียนเกี่ยวกับอัตลักษณ์ที่สมบูรณ์ของโรงเรียน ผู้ตอบอยากให้โรงเรียนเป็นแบบใดในอนาคต
“โรงเรียนอุดมการณ์ของฉันคือโรงเรียนคาทอลิก”
“ฉันอยากไปโรงเรียนที่ทุกคนเชื่อในพรเจ้า”
“ในความคิดของฉัน ความเชื่อทางศาสนาเป็นเรื่องส่วนตัว.
ในการแปลความว่าโรงเรียนทำให้อัตลักษณ์คาทอลิกมีชีวิตชีวาได้ดีเพียงใด มีมาตรวัด 3 อย่าง
มาตรความเชื่อหลังวิกฤต:
http://www.schoolidentity.net/docs/The%20Post-Critical%20Belief%20Scale%20for%20dummies%20(EN)%20v1.2.pdf
(หมายเหตุของผู้แปล: ความหมายของความเชื่อหลังวิกฤต
Post-critical belief : believing in God, despite critical reasons not to believe. After a restorative reinterpretation, religious contents become meaningful again, despite rational critique. Post-critical believers are well aware of the many critiques that could be raised against religion, but nevertheless they keep holding on to their faith: they choose to remain confident. ความเชื่อหลังวิกฤตคือการเชื่อในพระเจ้า แม้เผชิญกับเหตุผลวิกฤตที่จะไม่เชื่อ หลังจากการแปลความใหม่เชิงฟื้นฟู เนื้อหาทางศาสนากลับมีความหมายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แม้เผชิญกับการวิพากษ์ทางเหตุผล ผู้มีความเชื่อหลังวิกฤตตระหนักถึงข้อวิพากษ์หลายประการต่อศาสนา กระนั้นก็ดีตนยังยึดมั่นในความเชื่อของตน: พวกเขาเลือกที่จะคงความมั่นใจเอาไว้)
มาตรความเชื่อหลังวิกฤตใช้ในการรวบรวมข้อมูลและวัดท่าทีต่างๆ เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาที่มีอยู่ในชุมชนโรงเรียนคาทอลิก สิ่งที่วัดในปัจเจกบุคคล:
ก. การรับหรือไม่รับความเชื่อโลกุตระ
ข. การแปลความตามลายลักษณ์อักษรหรือเชิงสัญลักษณ์
(หน้า 19)
ในความคิดของพอลเลเฟยต์ (2010) ความโอนเอียงของจุดยืนความเชื่อมีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อที่ไม่ได้แปลความตามลายลัษณ์อักษร แต่มีลักษณะเป็นเชิงสัญลักษณ์ เราสัมพันธ์กับพระเจ้าโดยทางการรำพึง (พิธีกรรม ศีลศักดิ์สิทธิ์ ภาวนา ฯลฯ) ความเชื่อหลังวิกฤตมีลักษณะสำคัญของกระบวนการต่อเนื่องของการแปลความใหม่ โดยที่ปัจเจกบุคคลแสวงหาความสำคัญและความหมายทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงไว้ซึ่งความเชื่อแรงกล้าในพระเจ้า
ในสังคมพหุนิยม ความเชื่อหลังวิกฤตคือรูปแบบของความเชื่อที่เป็นผลลัพท์สุดประเสริฐของการพัฒนาอัตลักษณ์ของโรงเรียนคาทอลิก
2. มาตรเมลเบริน:
http://www.schoolidentity.net/docs/The_Melbourne_Scale_for_dummies_(EN)_v1.2.pdf
มาตรเมลเบรินใช้วัดอัตลักษณ์ทางเทววิทยาของสถาบันคาทอลิก มาตรวัดชนิดนี้รวบรวมข้อมูลของคุณลักษณะและการตอบสนองของสถาบันในสังคมพหุนิยม มันบ่งชี้ว่า:
ก. สมาชิกชุมชนโรงเรียนรับรู้การตอบสนองของโรงเรียนคาทอลิกต่อสถานะการณ์พหุนิยมอย่างไร?
ข. สมาชิกชุมชนโรงเรียนอยากให้โรงเรียนตอบสนองอย่างไร ในฐานะที่เป็นโรงเรียนคาทอลิก? ฉันควรรู้อะไรบ้าง?
ตลอดกว่า 60 ปี ช่องว่างระหว่างวัฒนธรรมกับคริสตศาสนาทวีคูณขึ้น วัฒนธรรมยิ่งทียิ่งเป็นไปในทางโลก ยิ่งทียิ่งปฏิเสธธรรมเนียมประเพณี ยิ่งทียิ่งเป็นพหุนิยมมากขึ้น มีทางเลือกต่ออัตลักษณ์ทางเทววิทยา 4 ประการสำหรับโรงเรียน
(หน้า 20)
การประกาศยืนยันใหม่เชิงสถาบัน - มีการเน้นย้ำธรรมเนียมปฏิบัติของโรงเรียนคาทอลิก โรงเรียนเป็นโรงเรียนสำหรับคาทอลิก ของคาทอลิก โดยคาทอลิก
การทำให้เป็นไปในทางโลกเชิงสถาบัน - บริบทเชิงวัฒนธรรมคู่ขนาน: ความเชื่อคาทอลิกค่อยๆ ผุกร่อนลง ศาสนาไร้ความเชื่อมโยง พิธีกรรมและสัญลักษณ์คาทอลิกสูญหายไป - คุณค่าศึกษาคริสต์ - ความพยายามที่จะประนีประนอมระหว่างวัฒนธรรมกับประเพณีคาทอลิก ความพยายามที่จะเชื่อมโยงระหว่างความตระหนักใน ‘ชีวิตที่ดี’ ตามค่านิยมทั่วไปกับความเชื่อคาทอลิก
การทำความเข้าใจในบริบทใหม่ - ความเข้าใจต่อความเป็นคาทอลิกในการเสวนากับวัฒนธรรมหลากหลายที่มีในโรงเรียน ให้ความสำคัญต่อความเชื่อคาทอลิกเป็นอันดับต้น
3. มาตรวิคตอเรีย:
http://www.schoolidentity.net/docs/The_Victoria_Scale_for_dummies_EN_v1.2.pdf
มาตรวิคตอเรียใช้วัดโรงเรียนคาทอลิกในสังคมพหุวัฒนธรรมและพหุศาสนาในด้าน:
ก. การแสดงลักษณะเอกลักษณ์ของตน - อัตลักษณ์คาทอลิก
ข. การแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชุมชนโดยกว้าง ฉันควรรู้อะไร?
(หน้า 21)
โรงเรียนสามารถรับรูปแบบเฉพาะ 4 ประเภท:
1. โรงเรียนบทพูดเดี่ยว - อัตลักษณ์คาทอลิกมากสุดกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวน้อยสุด: โรงเรียนคาทอลิกแบบดั้งเดิมที่ปิดตัวต่อโลกภายนอก มุ่งเฉพาะความจริงคาทอลิก
2. โรงเรียนไร้สีสัน - อัตลักษณ์คาทอลิกน้อยสุดกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวน้อยสุด: โรงเรียนโลกียนิยมที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการบริรูปเชิงศาสนา มุ่งเฉพาะการศึกษานิยม
3. โรงเรียนสีสัน - อัตลักษณ์คาทอลิกน้อยสุดกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวมากสุด: โรงเรียนโลกียนิยมที่เน้นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในสังคม ทุกศาสนาได้รับการยอมรับโดยไม่เลือกปฏิบัติ จึงไม่มีการคุกคามปัจเจกบุคคล
4. โรงเรียนเสวนา - อัตลักษณ์คาทอลิกมากสุดกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวมากสุด: โรงเรียนที่เน้นย้ำแรงบันดาลใจคาทอลิกอย่างชัดเจนโดยการเสวนากับสังคมพหุวัฒนธรรม ทำความเข้าใจความเชื่อคาทอลิกท่ามกลางสังคมร่วมสมัย
โรงเรียนประเภทสุดท้ายนี้โรงเรียนที่มีอัตลักษณ์คาทอลิกที่พึงปรารถนา มีพื้นฐานทางเทววิทยารองรับ
(Bringing life to faith and faith to life: For a Shared Christian Praxis Approach http://compassreview.org/spring06/4.html)
ถ้าโรงเรียนของเราต้องการเป็น ‘โรงเรียนเสวนา’ เราจำต้องมีความหวังและวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราบรรลุผล เราต้องใช้วิธีการแบบ ‘การปฏิบัติวิถีคริสต์แบบบูรณาการระหว่างความเชื่อสู่ชีวิตและชีวิตสู่ความเชื่อ’ วิธีวิทยาดังกล่าวเป็นรากฐานของหลักสูตรศาสนศึกษาที่เรียกชื่อว่า ‘แหล่งแห่งชีวิต’ ‘Source of Life’ ซึ่งเป็นหลักสูตรบังคับของโรงเรียนในสังฆมณฑลของเรา http://www.smshepparton.com/religious-education---source-of-life.html
(หลักสูตรศาสนศึกษาของสังฆมณฑลซิดนีย์ http://www.ceosyd.catholic.edu.au/Parents/Religion/RE/recurr/intro-curr-00-02.pdf)
ครูของเรากำลังเผซิญหน้ากับผู้เรียนชนร่นใหม่ที่อยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างนัยสำคัญและอย่างรวดเร็ว โลกาภิวัฒน์ พหุนิยม เทคโนโลยีใหม่ เศรษฐกิจเชิงซ้อน และความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมทำให้อนาคตยิ่งทียิ่งไม่แน่นอน ขณะที่ความสัมพันธ์ยังต้องเป็นหัวใจของการสอน แต่วิธีวิทยาจะเปลี่ยนกระบวนทัศน์แบบหน้ามือเป็นหลังมืออย่างต่อเนื่อง (หน้า 22) ในสารเตือนใจ "ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร" สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสตรัสว่า ‘ไม่มีใครได้รับความรอดพ้นด้วยตนเอง หรือโดยอาศัยแรงพยายามของตนเอง พระเจ้าทรงดึงดูดเราด้วยการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ยึดโยงอย่างสลับซับซ้อนในวงชีวิตของประชาคมมนุษย์’ [EG113] พระองค์ทรงยืนยันอย่างชัดเจนว่าการบรรลุและชีวิตที่มีศักดิ์ศรีพบได้แต่ในการรับใช้ผู้อื่น’ พระองค์ตรัสอีกว่า ‘เราไม่เพียงแต่ต้องประกาศพระวรสาร แต่ต้องได้รับการประกาศพระวรสารด้วย’
ในโลกที่ทวีความเป็นโลกียวิสัยเพิ่มขึ้นนี้ สิ่งสำคัญคือเราต้องออกไปสู่คนจนและคนชายขอบมากกว่าเดิม เราจึงได้ชื่อว่าเป็นคนที่ปรารถนาที่จะแสวงหาความดีส่วนรวม คำจำกัดความของความยากจนอาจต้องขยายรวมไปถึงคนที่ยากจนฝ่ายจิตวิญญาณในการดำเนินชีวตความเชื่อ ในฐานะครูคนแรกของเด็กๆ ผู้ปกครองต้องมีบทบาทสำคัญ พวกเขาไม่สามารถโยนภาระให้โรงเรียนได้ ขณะเดียวกันโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนพ่อแม่ในการทำหน้าที่นี้ ดังนั้นอาจมีการจัดโอกาสให้ครอบครัวได้พบปะพระเยซูเจ้าด้วยวิธีการต่างๆ ด้วย
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการใช้ภาษาที่สื่อสารเข้าใจกันได้ มรดกทางจิตวิญญานแบบคาทอลิกเป็นรากฐานของภารกิจของเรา เราพยายามต่อไปที่จะออกไปสู่ครอบครัว เชื้อเชิญครอบครัวเข้ามาในโรงเรียนเพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนลูกๆ ได้อย่างดีที่สุด ในประเทศของเรา พูดได้ว่าโรงเรียนเป็นอ้อมแขนธรรมฑูตของพระศาสนจักรไปโดยปริยาย โรงเรียนจะใช้โอกาสหลากหลาย ทั้งทางสารโรงเรียน เว็บไซด์โรงเรียน การพบปะหลังชั่วโมงเรียน การประชุม ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่เราใช้ในการประกาศพระวรสาร และสร้างภาวะผู้นำทางความเชื่อ
เราวัดอัตลักษณ์คาทอลิกของโรงเรียนของเราเพื่อการพัฒนาอย่างไร? ในโครงการธรรมนูญเพื่อการพัฒนาโรงเรียนสังมณฑลแซนด์เฮริสต์ "Charter of Sandhurst School Improvement" (CoSSI) http://cossi.ceosand.catholic.edu.au มีการอธิบายถึงกระบวนการตรวจสอบโรงเรียน ซึ่งเราตรวจสอบหาหลักฐานโรงเรียนดำเนินการอย่างไรในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่ได้แรงบันดาลจากความเป็นคาทอลิก
เรามองหาในมิติทั้งหมดของการพัฒนาโรงเรียน ซึ่งครอบคลุมถึง:
ภาวะผู้นำด้านอัตลักษณ์คาทอลิก
การเรียนการสอน
สุขภาวะด้านอภิบาล
การจัดสรรทรัพยากร
อัตลักษณ์คาทอลิกเป็นหัวใจของกิจการทั้งหมดของโรงเรียนสังมณฑลแซนด์เฮริสต์ อัตลักษณ์คาทอลิกคือจุดมุ่งหมายของเรา คุณค่าของเรา แรงบันดาลของเรา ความทุ่มเทของเรา โรงเรียนของเราเป็นคาทอลิกโดยจงใจ มิใช่โดยบังเอิญ ด้วยการแสวงสัจธรรม สร้างสมดุลย์ระหว่างอุดมการณ์กับความเป็นจริง
เราร่วมกันสำรวจความหมายของความเชื่อร่วมสมัย ซึ่งให้พลังและดลบันดาลการหยั่งรู้ที่ลึกซึ้งต่อตัวตน ชีวิตและความสัมพันธ์กับพระเจ้า
(หน้า 23)
เราอุทิศทุ่มเทให้กับชุมชน จิตวิถี พิธีกรรม และสัญลักษณ์ เราให้ความสำคัญต่อพระเยซูเจ้าและพระวรสารของพระองค์ ไม่มีส่วนใดในการจัดการศึกษาที่หลุดลอดจากแสงแห่งความเชื่อคาทอลิก
การที่บุคลากรและนักเรียนจะพัฒนาและบูรณาการความเข้าใจเหล่านี้ได้ ก็ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของโรงเรียนในการจัดบรรยายกาศการเรียนรู้ที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ เรามุ่งมั่นที่จะดลบันดาลนักเรียน ครอบครัวและบุคลากรโดยอาศัยเรื่องราวคาทอลิก เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถเจริญชีวิตที่ชอบธรรม สร้างความแตกต่างแก่สังคมด้วยจิตตารรมณ์ของพระเยซูเจ้า
https://drive.google.com/file/d/0B6ur0wQMPYaMalB5bFF4N29nbzA/view
หน้าที่ของเราในโรงเรียนคาทอลิกคือการให้การศึกษาเยาวชน เราจึงจำเป็นต้องจัดโอกาสเรียนรู้ที่หลากหลาย มั่งคั่งไปด้วยคุณค่าต่างๆ ซึ่ง จะสร้างความพร้อมสำหรับภารกิจชีวิตของพวกเขา ครูต้องสามารถช่วยให้นักเรียนตระหนักรู้ว่า สิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ในวันนี้จะทำให้พวกเขาพร้อมที่จะออกไปมีบทบาทที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวันหน้า นักเรียนจึงควรทำความเข้าใจกับดัชนีชี้วัดคุณภาพของอัตลักษณ์คาทอลิกบางประการ อันได้แก่:
ชอบธรรม
ครอบคลุม
ศีลศักดิ์สิทธิ์
ให้ชีวิต
สัตย์ซื่อ
วิธีการอบรมร่วมสมัย:
เพื่อที่จะมีระบบคาทอลิกคุณภาพที่ทำงานได้จริงและบบรลุ จำเป็นต้องมีการใช้วิธีวิทยาการอบรมที่เหมาะสม เยาวชนของเราเรียนรู้ในแบบแผนที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการที่พวกเขาเข้ามาในโรงเรียนโดยมีการรู้ดิจิตัลอยู่แล้ว ในฐานะผู้ให้การศึกษาเราต้องจัดให้การศึกษาการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเตรียมพวกเขาสู่โลกซึ่งแม้เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าอาชีพการงานในอนาคตจะเป็นอย่างไร
ในโรงเรียนออสเตรเลียเราถูกท้าทายด้วยการเปลี่ยนสไตล์การสอนดั้งเดิมในห้องเรียนมาเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมสมัย ที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี เป็นการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ประยุกต์ และปรับตัวได้ ขณะที่คุณลักษณะเหล่านี้เป็นประเด็นที่ลึกซึ้ง เราก็ไม่อาจละเลยความเอาใจใส่ในการให้การศึกษาคาทอลิกคุณภาพ ไม่ว่าในสภาพแวดล้อมเช่นใด ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนถือเป็นเรื่องสำคัญ หากนักเรียนรู้สึกว่าตนได้รับการสนับสนุน และตนสามารถเรียนรู้ได้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเกื้อกูล เราแน่ใจได้เลยว่าโอกาสของความสำเร็จเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
(หน้า 24)
ครูไม่ถูกมองว่าเป็นแหล่งแห่งความรู้ทุกประการอีกต่อไป วิธีการร่วมสมัยส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ในอัตราและที่ๆ ช่วยพวกเขาเป็นผู้วิจัยภาคปฏิบัติและใช้ ‘อภิปัญญา’ หรือ การรู้คิด เราต้องการนักเรียนที่ใฝ่รู้และนักแก้ปัญหา เราต้องการให้นักเรียนรู้จักปรับตัวเชิงสังคมในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความสร้างสรรค์และสำนึกความเป็นเจ้าของ การจัดหลักสูตรที่มีความหมาย ใช้ได้จริง ขณะเดียวกันการเรียนการสอนต้องจัดในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยด้วย นับเป็นเรื่องที่ท้าทาย โรงเรียนส่วนใหญ่ได้พัฒนาวัฒนธรรมของชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ Professional Learning Communities (PLC) โดยที่ครูมาประชุมร่วมกันในการวางแผนการสอน และและในการไตร่ตรองวิธีปฏิบัติกับผลที่ได้ เมื่อดำเนินการในบรรยายกาศการเกื้อกูลกัน โครงสร้าง PLC ถือว่าเสริมสร้างคุณภาพการสอนได้อย่างแท้จริง
ในโรงเรียนจำนวนหนึ่งผู้ปกครองกลายเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้แบบใหม่ ผู้ปกครองเหล่านี้อยากให้ลูกๆ เรียนวิธีที่ตนเคยเรียน เมื่อเห็นนักเรียนกำลังทำงานโดยนอนทอดตัวลงกับพื้น หรือกำลังนั่งในคอกทำงานกระจก ขีดเขียนบนผนังกระจก หรือการไม่มีโต๊ะเรียนเป็นแถวๆ ผู้ปกครองเหล่านี้อาจคัดค้าน โรงเรียนพยายามโฟกัสในจุดเด่นเชิงบวกของวิธีการเรียนการสอนเหล่านี้ และพยายามทุ่มเทเพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ดีและเป็นสุข เราอยู่ในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษา ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา
ประเด็นที่ยังไม่นิ่งในหลายๆ โรงเรียนคือเรื่องการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิตัลในประสบการณ์การเรียนรู้ การมาถึงของยุคสื่อสารสังคมทำให้เกิดท่าทีและพฤติกรรมทั้งด้านบวกและลบในโรงเรียนของเรา แม้เราจะก้าวรุดหน้าในเรื่องนี้แต่หนทางยังยาวไกล น่าเสียดายที่การปฏิบัติมักจะก้าวล้ำกว่านโยบาย เรื่องนี้จึงสร้างความลำบากใจสำหรับผู้บริหารพอสมควร
เราได้บทเรียนอะไรบ้าง?
อย่ามองข้ามคุณค่าของมรดกคาทอลิกของเรา
ใส่ใจในอัตลักษณ์คาทอลิกของเรา
ติดตามและทุ่มเทเพื่อวิสัยทัศน์และพันธกิจของเรา
จัดสรรทรัพยากรของเราอย่างระมัดระวัง
กล้าแกร่งต่อปรปักษ์
คงความคิดเชิงบวก
ฉลองความสำเร็จ
เราต้องใส่ใจเรื่องอะไรมากที่สุด?
ต้องมั่นใจว่านักเรียนเห็นความสำคัญของการสอนของเรา และวิธีวิทยาร่วมสมัยได้ถูกนำมาใช้ในลักษณะที่ทำให้นักเรียนถูกเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังจากโรงเรียนอย่างแท้จริง หากข้อมูลและสภาพแวดล้อมถูกจัดสรรจนขีดสูงสุด เมื่อนั้นเงื่อนไขเพื่อความสำเร็จจะตามมา เราต้องหมั่นระแวดระวังต่อสถานภาพของเราในฐานะที่เป็นโรงเรียนคาทอลิกที่ถ่องแท้พร้อมกับความรับผิดชอบที่ตามมา
ดังนั้นอนาคตจะเป็นแบบไหน?
(หน้า 25)
http://www.youtube.com/watch?v=G8xX1H24PKA&sns=em
เราต้องรู้จักใช้วิจารณญาณและเอาใจใส่ในการเตรียมตัวผู้บริหารและครูให้มีภาวะผู้นำทางศาสนาเป็นประการสำคัญที่สุด ไม่เป็นการเพียงพอที่จะให้พวกเขาเป็นผู้นำทางการศึกษาหรือผู้นำทางการเรียนการสอน เราต้องติดตามความก้าวหน้าของเราและไตร่ตรองการปฏิบัติของเราอย่างต่อเนื่อง เราต้องมองให้ออกและกล้าเผชิญหน้ากับพฤติกรรมและวิธีปฏิบัติที่ไม่ส่งเสริมจุดมุ่งหมายของการศึกษาคาทอลิกคุณภาพ เราต้องทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อรักษาระบบของโรงเรียนที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในความเชื่อและเป้าหมาย เราต้องให้กำลังใจแก่กันและกัน รวมพลังในเวลาที่ยากลำบาก
นอกจากนี้ เรายังต้องเสริมสร้างสถานะครูโรงเรียนคาทอลิกให้เป็นที่ยอมรับว่าเป็นกระแสเรียกอันสูงส่ง ไม่เป็นเพียงแต่อาชีพการงานเท่านั้น กระแสเรียกการเป็นครูที่เปี่ยมด้วยปณิธานและฉันทะจะนำมาซึ่งความพึงพอใจและกำลังใจ ให้เราช่วยกันส่งเสริมให้สังคมมองบทบาทความเป็นครูด้วยความเคารพ
เพื่อส่งเสริมสถานภาพครูในสังฆมณฑลแซนด์เฮริสต์ พระสังฆราชของเรา พระคุณเจ้าเลสลี ทอมลินสัน ได้แต่งตั้งคุณพ่อไบรอัน บอยล์ เป็นผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายการศึกษา คุณพ่อไบรอันทำงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักการศึกษาคาทอลิกในการช่วยสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาคาทอลิกคุณภาพทั่วสังฆมณฑล
หวังว่าเวลาที่ใช้ร่วมกันวันนี้เป็นโอกาสที่ท่านรู้จักระบบการศึกษาคาทอลิกในสังฆมณฑลแซนด์เฮริสต์มากขึ้น เรายืนบนบ่าของบรรพชนก่อนหน้าเรา เราสืบสานมรดกแห่งประวัติศาสตร์ของการศึกษาคาทอลิกในประเทศของเราอย่างเต็มภาคภูมิ
มีเรื่องมากมายที่เราต้องรู้คุณและเฉลิมฉลอง สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ด้วยภาวนาและพระพร เราต้องตระหนักรู้ว่าเราอยู่ตรงไหน ต้องการไปถึงตรงไหน ในฐานะผู้พิทักษ์ประวัติศาสตร์ชิ้นส่วนนี้เราส่งต่อระบบการศึกษาคาทอลิกในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ให้อนุชนรุ่นต่อไป
ขอขอบคุณสำหรับเวลาของท่าน ขอบคุณสำหรับการมอบโอกาสให้ผมมาแบ่งปันการเดินทางของเรากับท่าน นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งหากเราสามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ก็ตามกับสภาการศึกษาคาทอลิกในการก้าวเดินต่อไปของท่าน
หมายเหตุ
Download เอกสาร และต่อ hyperlink ได้ที่ website ของสภาการศึกษาคาทอลิก:
http://www.catholic-education.or.th/2015/index.php
http://www.catholic-education.or.th/2015/index.php/download/category/28-3-educating-today-and-tomorrow-an-australia-model.html?download=273:2016-08-20-07-54-53
No comments:
Post a Comment